SEO อันดับร่วง เกิดจากอะไร ?
สาเหตุที่ทำให้ SEO อันดับร่วง มีหลายประการ สาเหตุหลักๆ แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. ปัญหาภายในเว็บไซต์:
- เนื้อหา: เนื้อหาไม่ตรงกับ Search Intent เนื้อหาเก่า เนื้อหาไม่ informative เนื้อหาไม่น่าสนใจ เนื้อหา duplicate
- โครงสร้างเว็บไซต์: โครงสร้างเว็บไซต์ไม่ดี ยากต่อการใช้งาน ไม่ responsive ความเร็วในการโหลดช้า
- Technical SEO: ปัญหาทางเทคนิค เช่น meta tags canonical URL robots.txt sitemap
2. ปัจจัยภายนอกเว็บไซต์:
- อัลกอริทึม Google เปลี่ยนแปลง: Google อัพเดทอัลกอริทึมอยู่เสมอ ส่งผลต่ออันดับเว็บไซต์
- คู่แข่ง: คู่แข่งมี SEO ที่ดีขึ้น เนื้อหาดีกว่า โครงสร้างเว็บไซต์ดีกว่า

วิธีเช็ค SEO อันดับร่วง
1. ตรวจสอบ Google Search Console:
- ดูว่ามีข้อผิดพลาดหรือไม่
- ดูว่ามีการลงโทษจาก Google หรือไม่
2. ตรวจสอบอันดับคีย์เวิร์ด:
- ใช้เครื่องมือตรวจสอบอันดับคีย์เวิร์ด
- เปรียบเทียบอันดับคีย์เวิร์ดก่อนและหลัง
3. ตรวจสอบการเข้าชมเว็บไซต์:
- ดูว่ามีการเข้าชมเว็บไซต์ลดลงหรือไม่
- ดูว่าแหล่งที่มาของการเข้าชมเว็บไซต์เปลี่ยนแปลงหรือไม่
4. ตรวจสอบแบ็คลิงก์:
- ดูว่ามีแบ็คลิงก์ที่ไม่ดีหรือไม่
- ดูว่ามีแบ็คลิงก์จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่
- Backlink คืออะไร ? ทำแล้วติดอันดับได้ไวขึ้น จริงหรือ
5. ตรวจสอบคู่แข่ง:
- ดูว่าคู่แข่งมีอันดับ SEO ดีขึ้นหรือไม่
- ดูว่าคู่แข่งมีเนื้อหาที่ดีกว่าหรือไม่
แนวทางการแก้ไข
1. แก้ไขปัญหาที่พบ:
- แก้ไขข้อผิดพลาดใน Google Search Console
- แก้ไขปัญหาทางเทคนิค
- ลบแบ็คลิงก์ที่ไม่ดี
2. ปรับปรุงเนื้อหา:
- เขียนเนื้อหาใหม่
- อัปเดตเนื้อหาเก่า
- เพิ่มรูปภาพและวิดีโอ
3. สร้างแบ็คลิงก์:
- สร้างแบ็คลิงก์จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ
- เขียน Guest Post
- แชร์เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย
4. โปรโมทเว็บไซต์:
- ทำการตลาดออนไลน์
- โฆษณาเว็บไซต์
5. ติดตามผล:
- ติดตามผล SEO อันดับ
- ติดตามผลการเข้าชมเว็บไซต์

20 สาเหตุที่ทำให้ SEO อันดับร่วง
นี่เป็นเพียงแนวทางการแก้ไข SEO อันดับร่วง เบื้องต้นเท่านั้น วิธีที่ดีที่สุดคุณควรตรวจสอบว่าคู่แข่งของคุณมีจุดเด่นอะไรบ้าง ที่สามารถตอบสนองสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจากการค้น Keyword เหล่านั้น และคุณควรวางแผนทำให้ดียิ่งขึ้น จึงจะสามารถเอาชนะคู่แข่งเหล่านั้นได้ แต่ก็ไม่ควรละเลยที่จะแก้ไขปัญหาเบื้องต้น 20 ข้อนี้
การทำ SEO ในปี 2024 ต้องวางแผนกลยุทธ์อย่างไร? ให้ชนะคู่แข่ง
Quality Content
เนื้อหาคุณภาพต่ำ: หากเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่ลอกเลียนแบบ เนื้อหาน้อยเกินไป หรือไม่ให้ข้อมูลที่เพียงพอ อาจทำให้อันดับ SEO ของคุณตกลงมาได้ เพราะ Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง ไม่ซ้ำใคร มีความเกี่ยวข้องกัน และตอบโจทย์ผู้ใช้ใน Keyword นั้นๆ
Keyword Stuffing
การยัด Keyword มากเกินความจำเป็น: การใช้ Focus Keyword ของคุณมากเกินไปในเนื้อหา อาจนำไปสู่การลงโทษจาก Google สิ่งสำคัญคือต้องรักษาความหนาแน่นของ Keyword ให้เป็นธรรมชาติ และเป็นมิตรกับผู้อ่าน ซึ่งไม่ควรเกิน 2.5% โดยวัดจาก Text ทั้งหมดในหน้านั้นๆ ในกรณีที่จำเป็นต้องพูดใช้คำเหล่านั้น คุณสามารถเลี่ยงไปใช้ Relate Keyword แทนได้เพื่อลดความหน้าแน่นของ Focus Keyword ลง
Slow Website Speed
เว็บไซต์โหลดช้า: หากเว็บไซต์ของคุณใช้เวลาในการโหลดนานเกินไป จะส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ SEO ของคุณ ผู้ใช้มักจะออกจากเว็บไซต์หากไม่มีการโหลดเข้าหน้าเว็บไซต์ภายใน 3 วินาที ซึ่งจะเพิ่มค่า อัตราการตีกลับ (Bounce Rate) ทำให้เว็บไซต์ของคุณขาดความน่าเชื่อถือจาก AI ของ Google
Google Algorithm Updates
ละเลยการอัปเดตอัลกอริทึมของ Google: สิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่งของการทำ SEO คือการติดตาม Algorithm Updates ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ เพราะ Google มีการอัปเดตอัลกอริทึมบ่อยครั้ง ซึ่งการเพิกเฉยต่อการอัปเดตเหล่านี้ และไม่ปรับปรุงกลยุทธ์ SEO ของคุณตามคำแนะนำของ Google อาจส่งผลให้อันดับของคุณลดลงได้เช่นกัน
Mobile Optimization
การเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์บนมือถือ: เนื่องจากปัจจุบันการท่องเว็บส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนอุปกรณ์พกพา การที่เว็บไซต์ของคุณไม่มีการปรับขนาดให้พอดีกับมือถืออาจทำให้อันดับของคุณร่วงลงมาได้
User Experience (UX)
ผู้ใช้ขาดความพึงพอใจ: ปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหา ได้แก่ การออกแบบเว็บไซต์ เมนูนำทางเข้าใจยากเกินไป รวมไปถึงการใช้งานโดยรวมที่ส่งผลด้านลบต่อผู้ใช้งาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการทำ SEO เพราะการตอบสนองต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ไม่ดี อาจส่งผลให้อัตราการตีกลับ (Bounce Rate) สูงขึ้น และเวลาในการใช้งานบนหน้าเว็บลดลง

Link Building
การสร้างลิงก์คุณภาพต่ำ: เกิดจากการซื้อลิงก์ หรือได้รับลิงก์จากเว็บไซต์คุณภาพต่ำ ลิงก์เหล่านั้นอาจส่งผลในด้านลบต่อการทำ SEO ได้ เพราะเหตุนี้ Google จึงต้องการให้ทุกเว็บไซต์มีการสร้างลิงก์ที่เป็นธรรมชาติ และมาจากเว็บไซต์ไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง
Meta Descriptions
การละเลยที่จะทำ Meta Descriptions: ซึ่งการไม่ระบุข้อมูลลงใน Meta Descriptions อาจทำให้อัตราการคลิกลดลงจากหน้าแสดงผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา (SERP)
Broken Links
ลิงก์เสีย: หากไซต์ของคุณมีลิงก์เสียมากเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดี ส่งผลให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์คุณร่วงลงมาได้
Duplicate Content
เนื้อหาที่ซ้ำกัน: Google ไม่ชอบเนื้อหาที่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาเดียวกันในหลายๆ หน้าในเว็บไซต์ของคุณ หรือการคัดลอกเนื้อหามาจากเว็บไซต์อื่น ซึ่งควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาทั้งหมดไม่ซ้ำกัน และให้คุณค่าที่ดีแก่ผู้อ่าน
Secure Sockets Layer (SSL)
ละเลยการใช้ Secure Sockets Layer (SSL): เว็บไซต์ที่ไม่ใช้ SSL หรือ HTTPS จะส่งผลให้ผู้ใช้ และ Google มองว่าเว็บไซต์เหล่านี้มีความน่าเชื่อถือต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่ออันดับของคุณได้เช่นกัน
Irrelevant Keywords
Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน: การใช้ Keyword ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคุณอาจทำให้เว็บไซต์ของคุณถูกแสดงผลมากขึ้น และนำผู้ใช้มายังไซต์ของคุณ แต่นั่นไม่ใช่ประเภทของการเข้าชมที่เหมาะสม เพราะผู้ใช้จะเกิดความรู้สึกด้านลบต่อเว็บไซต์ของคุณ และอาจทำให้อันดับของคุณเสียหายได้
Cloaking
การปิดบัง: หมายถึงแนวทางปฏิบัติในการนำเสนอเนื้อหาหรือ URL ที่แตกต่างกันแก่ผู้ใช้ และเครื่องมือค้นหา เป็นวิธีการหลอกลวงและถือว่าละเมิดหลักเกณฑ์ผู้ดูแลเว็บของ Google

Doorway Pages
หน้าดอร์เวย์: เป็นเว็บไซต์ หรือหน้าเพจที่สร้างขึ้นเพื่อให้มีอันดับสูงๆ สำหรับคำค้นหาเฉพาะ ซึ่งจะนำผู้ใช้ไปยังหน้าที่คล้ายกันในผลการค้นหาของผู้ใช้ ซึ่งผลลัพธ์แต่ละรายการจะนำผู้ใช้ไปยังปลายทางเดียวกัน โดยพื้นฐานแล้วสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งานในด้านลบ
Intrusive Interstitials
โฆษณาคั่นระหว่างหน้าที่รบกวนผู้ใช้: หมายถึงป๊อปอัปที่ผู้ใช้พบว่ายากที่จะปิด และจบลงด้วยการรบกวนการใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้ในการเข้าถึงเนื้อหาที่คาดว่าจะพบได้อย่างง่ายดาย Google พร้อมลงโทษกับการกระทำเหล่านี้
Structured Data (Schema Markup)
การละเลยการออกแบบ Schema Markup: Structured Data ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งสามารถใช้เพื่อปรับปรุงให้ผู้ใช้ค้นหาเจอคำตอบที่ต้องการได้ง่ายยิ่งขึ้น
Optimizing Images
การไม่ปรับรูปภาพให้เหมาะสม: ซึ่งรวมถึงการไม่บีบอัดรูปภาพ ไม่กรอกข้อมูล ALT และไม่ใช้ชื่อไฟล์ที่เหมาะสม ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บของคุณช้าลง และทำให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจรูปภาพในเว็บไซต์ของคุณได้ยากขึ้น
Crawl Errors
ไม่แก้ไขข้อผิดพลาดในการรวบรวมข้อมูล: ข้อผิดพลาดในการรวบรวมข้อมูลเกิดขึ้นเมื่อ AI ของเครื่องมือค้นหาพยายามเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ของคุณแต่ล้มเหลว การไม่แก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่การจัดทำดัชนีที่ไม่ถูกต้อง และเกิดการจัดอันดับที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
Social Media
การเพิกเฉยต่อโซเชียลมีเดีย: แม้ว่าโซเชียลมีเดียจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการจัดอันดับโดยตรง แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างโซเชียล และตำแหน่งการจัดอันดับ การเพิกเฉยต่อโซเชียลมีเดียอาจหมายถึงการเข้าชมน้อยลง Backlink น้อยลง และอันดับไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ได้เช่นกัน
Updating Content
ไม่อัปเดตเนื้อหาเป็นประจำ: เนื้อหาที่สดใหม่จะส่งผลดีต่อการจัดอันดับ ซึ่งเว็บไซต์ที่ไม่มีการอัปเดต และเพิ่มเนื้อหาใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ อาจถูกมองว่าไม่ได้รับความใส่ใจในการทำเว็บไซต์
หากคุณรู้สึกว่าการทำตามเนื้อหาเหล่านี้นั้นยากเกิดไป หรือทำตามแล้วแต่ไม่สามารถแก้ปัญหา SEO อันดับร่วง Soar Fast Agency ช่วยคุณแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ทางเราพร้อมให้บริการ รับทำ SEO พร้อมแก้ไขปัญของลูกค้าทุกรูปแบบ
ติดต่อเราผ่านช่องทาง Line: https://lin.ee/If9vGQQ

